สักการะพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่)

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) หรือที่เพื่อนๆ หลายคนเรียกกันว่า วัดพระพุทธชินราช ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก  เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น หรือแม้แต่คนต่างถิ่นต่างแวะเวียนกันมาสักการะอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน เพื่อนๆ คงอยากรู้แล้วว่าด้านในวัด จะเป็นอย่างไร ทำไมคนถึงมาสักการะกันเยอะมากๆ ถ้าพร้อมแล้วตามมาชมกันได้เลยครับ เรามาเริ่มกันที่ภายในวิหาร อันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราช ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชนให้ความศรัทธา และงดงามที่สุดในประเทศองค์หนึ่ง   ภายในวัดนอกจากองค์พระพุทธชินราชแล้ว ยังมีพระพุทธรูปอีกหลายองค์ให้เพื่อนๆ ได้สักการะ เช่น พระพุทธชินสีห์ องค์นี้   ส่วนเพื่อนๆ ท่านใดต้องการทำบุญ ภายในบริเวณวัด จะมีจุดต่างๆ ให้ได้ร่วมอนุโมทนาบุญ เช่น การถวายระฆังเงิน ระฆังทอง   การลอยเทียน, หล่อพระ และการร่วมทำบุญอื่นๆ   เพื่อนๆ คงสงสัยว่าไหนบอกคนเยอะ? ถ้าดูจากรูปผมพยายามถ่ายจากด้านข้าง แล้วใช้เลนส์ซูมเพื่อถ่าย   แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น… ปริมาณนักท่องเที่ยว และประชาชนที่มาสักการะแน่นมาก ตามรูปเลยครับ   ส่วนวิิหาร หรือพระพุทธรูปองค์อื่นๆ สามารถรอจังหวะที่ไม่มีนักท่องเที่ยว เพื่อถ่ายรูปได้อยู่ครับ…

พญาเสือโคร่งบาน ที่ภูลมโล

ภูลมโล สถานที่ชมดอกพญาเสือโคร่ง ใหญ่สุดในประเทศ!! หนึ่งเดียวของภาคอีสาน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดเลย บนพื้นที่กว่า 1,200ไร่ การเดินทางมาภูลมโล สามารถมาได้จาก 2จังหวัด ได้แก่ 1. บ้านร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 2. ที่ทำการ อบต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ในวันนี้เราจะพาไปเถลไถล ที่ภูลมโลกันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้น และพาไปชมความสวยงามของซากุระเมืองไทย หรือดอกพญาเสือโคร่ง กันแบบจัดเต็ม!! โดยผมขอแบ่งเป็น 3หัวข้อ ดังนี้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถคลิกที่หัวข้อได้นะครับ บานสะพรั่งพญาเสือโคร่ง ไออุ่นแรกจากแสงตะวัน ณ บ้านร่องกล้า ถ้าพร้อมแล้ว! ขึ้นท้ายรถกระบะไปด้วยกันเลย…   บานสะพรั่งพญาเสือโคร่ง หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ขึ้นรถนำเที่ยวของกลุ่มชาวบ้าน เพื่อไปชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งตามจุดต่างๆ ของภูลมโล   เรามาถึงจุดแรก ก็พบกับดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย กันแบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องเดินหาให้เหนื่อย   จุดแรกนี้… เนื่องจากเรามากันเช้ามาก แสงของพระอาทิตย์ยังส่องมาไม่ถึง ทำให้มีอากาศที่เย็น และถ่ายรูปค่อนข้างยากเพราะแสงน้อย…

จากอดีต… สู่ปัจจุบัน ณ โรงเรียนการเมืองการทหาร ภูหินร่องกล้า

โรงเรียนการเมืองการทหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ซึ่งในอดีตเคยเป็นโรงเรียน และฐานที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสมาก่อน ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว ตามมาชมกันเลย… เริ่มก้าวเข้าสู่เขตพื้นของโรงเรียนฯ จะพบกับบ้านหลังเล็กๆ อยู่หลายหลังด้วยกัน ซึ่งแต่ละหลังจะแบ่งออกเป็น ส่วนที่พักอาศัย ห้องพยาบาล ห้องเรียน คลังอาวุธ และฝ่ายทางการทหารต่างๆ   ส่วนรถแทรกเตอร์คันนี้ ถูกยึดมาตอนที่รัฐบาลจ้างบริษัทเอกชนสร้างถนนสาย นครไทย-ด่านซ้าย ในสมัยนั้น… แอบดูมีความขลังอยู่เบาๆ!!   ที่หน้าบ้านแต่ละหลังจะมีป้ายบอกข้อมูลว่า บ้านหลังนั้นๆไว้ทำอะไร หรือใครเคยพักอาศัยมาก่อน เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ศึกษาข้อมูลกันอีกด้วยครับ   วัสดุที่ใช้สร้างบ้านแต่ละหลังนั้น จะมีทั้งบ้านที่ใช้ไม้เนื้อแข็ง และบ้านที่ใช้ปีกไม้มาซ้อนทับกันเป็นฝาผนังบ้าน ซึ่งก็เริ่มผุพังไปตามกาลเวลาครับ   ส่วนบนหลังคาของบ้านที่อยู่ในร่มหน่อย ก็จะมีมอสขึ้นสวยงาม เหมาะแก่การถ่ายภาพมากครับ   อันนี้เมล็ดแดนดิไลออนหรือหว่า??   ตรงข้ามกับโรงเรียนฯ ยังมีกังหันน้ำ กับน้ำตกขนาดเล็กให้เพื่อนๆ ได้แวะเที่ยวต่ออีกนิดนึงด้วยนะครับ   โดยวัตถุประสงค์ของการสร้างกังหันน้ำตัวนี้ขึ้นมา เพื่อใช้ในการตำข้าวเปลือก ซึ่งถูกออกแบบ และสร้างโดยนักศึกษาคณะวิศวฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่หนีเข้าป่ามาหลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ครับ…

หินปุ่ม หินแตก ที่อท.ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีพื้นที่ตั้งอยู่บน 3จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย โดยการเดินทางมาเยือนนั้น สามารถมาได้จาก 2เส้นทางหลัก คือ ทางภูทับเบิก หรือทางพิษณุโลก ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่หลายจุดด้วยกัน เช่น บ้านร่องกล้า ลานหินปุ่ม ลานหินแตก โรงเรียนการเมืองการทหาร และน้ำตกร่มเกล้า เป็นต้น ในวันนี้ผมจะพาไปเถลไถลจุดไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  2จุด คือ (เพื่อนๆ สามารถคลิกที่หัวข้อได้นะครับ) ลานหินปุ่ม ลานหินแตก ซึ่งทั้ง 2จุดนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นพิเศษนะครับ ถ้าพร้อมแล้วตามมาชมกันได้เลย…   ลานหินปุ่ม เริ่มกันที่ลานหินปุ่มกันก่อนเลย… บริเวณรอบๆ จะมีจุดให้แวะถ่ายภาพ หรือศึกษาข้อมูลอยู่ 5 จุดด้วยกัน ซึ่งเป้าหมายของเราในวันนี้คือ การชมพระอาทิตย์ตกที่ลานหินปุ่ม และผาชูธง   การไปตามจุดต่างๆ ต้องใช้วิธีการเดินเท้า โดยจะมีไกด์พื้นที่เป็นผู้นำทางให้ ซึ่งระยะการเดินไป-กลับของเราในครั้งนี้ประมาณ 3กิโลเมตร   เห็นระยะทางแล้วอย่าเพิ่งถอดใจกันนะครับ เพราะระหว่างทางก็จะมีมุมให้ได้เก็บภาพเป็นระยะๆ   ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้-ใบไม้สวยๆ ตามข้างทาง…