ชมวิถีชีวิตชาวเลเมืองชลฯ แบบอิ่มพุงกาง!! ที่ตลาดประมงท่าเรือพลี

ตลาดประมงท่าเรือพลี (Tha Ruea Phli Market) แหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ ราคาถูก จากชุมชนชาวประมงแห่งเมืองชลบุรี… ที่นอกจากจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลนานาชนิดแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถชมวิถีชีวิตชาวเลแบบดั้งเดิม ที่ยังคงใช้เรือเล็ก และอุปกรณ์แบบภูมิปัญหาชาวบ้านในการออกหาปลา ในทุกๆ เย็นวันเสาร์ ซอยท่าเรือพลีแห่งนี้… จะเต็มไปด้วยร้านค้าของชาวบ้าน ที่ออกมาแสดงฝีไม้ลายมือในการทำอาหารกันอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารทะเล ซึ่งไฮท์ไลท์เด็ดของตลาดแห่งนี้ คงต้องยกให้ “ปลากระพงทอด” ที่ไม่ว่าจะเดินผ่านร้านไหน ก็ดูจะน่ากินไปซะหมด!! ส่วนเรื่องราคานั้น ถูกอย่างกับแจกฟรี… อาหารพื้นเมืองชาวเลของภาคตะวันออก อย่าง “แจงลอน” ก็มีให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มลอง… (โดยส่วนตัว รสชาติของมันคล้ายๆ กับห่อหมกย่าง) ส่วนสายซีฟู้ด!! ที่ต้องการเติมคอเลสเตอรอลในร่างกาย… เตรียมท้องมาได้เลยครับ เพราะที่ตลาดประมงท่าเรือพลีแห่งนี้มีครบ!! ไม่ว่าจะเป็น ฮ่อยจ๊อปู กุ้งเผา ปลาเผาตัวใหญ่ๆ #สายหอยหอย… หอยแครงลวก หอยเชลล์ หอยหวาน หอยแมลงภู่ #สายหมึก ไข่หมึก หมึกกระดอง หมึกกล้วย หมึกหอม ทั้งเผา ทั้งย่าง… มีตั้งแต่ไซส์เล็กไปยังตัวเบ้อเริ่มเท่าแขน!!…

วัดถ้ำเสือ – Tiger Cave Temple | 1,260 Steps! 360° View of Krabi

วัดถ้ำเสือ (Tiger Cave Temple) ถือเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีวิวธรรมชาติ และพระอาทิตย์ตกที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนกระบี่ (Krabi) จังหวัดทางตอนใต้ที่มีท้องทะเลอันงดงาม และพื้นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากธรรมชาติที่งดงามแล้ว บนยอดเขาความสูง 309เมตรแห่งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ (Pagoda) องค์พระใหญ่ (Big Buddha) และรูปจำลองสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกด้วย การขึ้นไปบนยอดเขาวัดถ้ำเสือ ต้องใช้วิธีการเดินเท้าขึ้นบรรไดทั้งหมด 1,260ขั้น โดยมีระยะทางประมาณ 600เมตร ซึ่งในวันนี้ผมได้เริ่มเดินขึ้นตอน 16:00น เพื่อให้ทันช่วงพระอาทิตย์ตก ก่อนเริ่มเดินควรยืดเส้น ยืดสาย (Warm up) ก่อนขึ้นสักนิด! ตรวจสอบสิ่งของให้ครบถ้วน กล้องถ่ายรูป มือถือ และน้ำดื่ม (สำคัญมากสำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ) ในช่วงต้นทาง เพื่อนๆ จะพบกับแก๊งลิงป่าที่คอยจ้องจะขโมยของที่นักท่องเที่ยวที่ถือมา เพราะมันคิดว่าเป็นของกินนั้นเอง… เพราะฉนั้นตอนเดินผ่านพวกมัน ต้องเพิ่มความระมัดระวังกันด้วยนะครับ พระธาตุเจดีย์ระฆังใหญ่ ที่ขนาดยังก่อสร้างไม่เสร็จ ก็เปล่งประกายความงดงามออกมาให้เห็นกันแล้ว (ในอนาคตถ้าสร้างเสร็จแล้ว รบกวนเพื่อนๆ ส่งข่าวมาให้ด้วยน้า…) ผมค่อยๆ เดินขึ้นมาจนเกินครึ่งทาง… เงยหน้ามาเจอบันได 70°…

จอห์นสุวรรณ จุดชมวิวที่สวยสุดบนเกาะเต่า!!

จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ (John-Suwan Viewpoint) เป็นจุดชมวิวพาโนรามา 180องศา ที่สามารถเห็นโค้งทะเลสวยๆ ของเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ได้พร้อมกันทั้ง 2อ่าว!! ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมตาโต๊ะ… มีลักษณะเป็นเนินเขาเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากตัวเกาะเต่า การขึ้นมาชมความสวยงามบนจุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ… ต้องใช้การเดินเท้าลัดเลาะ ปีนป่ายไปตามเส้นทางธรรมชาติเท่านั้น ส่วนความยากของเส้นทางเดิน ผมจัดให้อยู่ระดับกลางๆ เพราะสามารถใส่รองเท้าแตะขึ้นได้สบาย… แต่ก็จะมีแค่บางช่วงที่ต้องออกแรง เรียกเหงื่อกันซะหน่อยน้าาาา ซึ่งก่อนที่จะถึงจุดชมวิว จะมีทางแยกเล็กๆ เพื่อไปยังจุดชมวิวมหาสมุทรอีกด้านหนึ่ง… จากจุดนี้เพื่อนๆ จะพบกับความชิลล์ ไร้ผู้คน ฟังเสียงลม ชมคลื่นสีฟ้ากระทบหิน… หากเพื่อนๆ สังเกตที่บริเวณตีนเขา จะพบว่ามีก้อนหินสีขาวสวยๆ ให้ได้ชม… ซึ่งบางก้อนธรรมชาติก็สรรค์สร้างไว้อย่างสวยงาม มาถึงจุดชมวิวไฮไลท์ของเราในวันนี้… จุดชมวิวจอห์น-สุวรรณ (John-Suwan Viewpoint) ที่สามารถเห็นโค้งทะเลสวยๆ ของอ่าวโฉลกบ้านเก่า และอ่าวเทียน ได้พร้อมกัน!! นอกจากวิวโค้งทะเลสวยๆ แล้ว… เพื่อนๆ ยังสามารถนั่งรับลมชมพระอาทิตย์ตก (Sunset) ได้อีกด้วยน้า… ด้วยความที่ด้านบนมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด และส่วนใหญ่เป็นร่องหิน ตอนโพสท่าถ่ายรูป เพื่อนๆ ต้องใช้ความระมัดระวังกันนิดนึงนะครับ แล้วยิ่งขาตั้งกล้องไม่ต้องแบกขึ้นมาเลย……

ดินเนอร์กลางทะเลระนอง แกะหอย เผากุ้งกินสดๆ จากฟาร์ม!!

กระเตงฟาร์มหอย FarmerBoy คือสถานที่ดินเนอร์สุดไพรเวทของเราในค่ำคืนนี้… คือเรื่องมันมีอยู่ว่า พวกเรามาเที่ยวจังหวัดระนองกันบ่อยมากในช่วง 2ปีที่ผ่านมา แวะกินร้านอาหารอร่อยๆ ในตัวเมืองมาก็เกือบครบทุกร้าน… จึงเป็นที่มาของการเสาะหาร้านอาหารใหม่ๆ จนมาเจอกับกระเตงสุดแนวแห่งนี้ เวลา 15:30 ณ ท่าเรือท่าโพธิ์ จุดเริ่มต้นการเดินทางสู่กระเตงฟาร์มหอยของ FarmerBoy… ซึ่งท่าเรือแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20กิโล จึงเหมาะกับผู้ขับรถยนต์เที่ยวมากกว่ามอไซค์ เพราะทางกลับตอนกลางคืนมืดมาก… ระหว่างรอพี่ๆ ขนเสบียงขึ้นเรือ พวกเราก็พบกับชาวบ้านที่เพิ่งกลับมาจากการหาหอยนางรมตามธรรมชาติ… ซึ่งขนาดของหอยที่ใหญ่เท่าหน้าคนนั้น บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลระนองได้เป็นอย่างดี เมื่อเรือพร้อมแล้วก็ไม่รอช้า… โดดขึ้นเรือกันเลย!! โดยจะใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 30-45 นาที ในระหว่างการเดินทาง นอกจากจะได้ความรู้เรื่องฟาร์มหอยแล้ว เพื่อนๆ ยังสามารถชมวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวนั้น ที่ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำสวน และประมงกันแบบใกล้ชิด อย่างเช่นเรือลำนี้ที่กำลังสูบน้ำออกจากโขดหินเพื่อหาหอยตามธรรมชาติ หรือพี่ๆ อีกกลุ่มที่ใช้คันเบ็ดในการหาปลาใหญ่กัน นั่งกินลมชมวิถีชีวิต ซึมซับธรรมชาติไปเพลินๆ ไม่นานพวกเราก็มาถึงกระเตงฟาร์มหอย ที่ตั้งสูงโดดเด่นอยู่กลางทะเล และเพื่อให้เที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้นเรามารู้จักคำว่ากระเตง กันก่อน… มันคือกระท่อมของชาวประมงที่ปลูกอยู่กลางทะเล เพื่อเป็นที่พักชัวคราวไว้ใช้เฝ้าฟาร์มหอยของพวกเขาเนี้ยละครับ กระเตงทุกหลังจะถูกสร้างยกสูงจากพื้นน้ำ เพื่อหลบเลี่ยงปัญหาตอนน้ำทะเลหนุนสูง แถมยังเพิ่มวิสัยทัศน์การมองเห็นตอนเฝ้าฟาร์มหอยอีกด้วย จากสภาพแวดล้อมที่เพื่อนๆ ได้เห็นกันไปบ้างแล้วนั้น… สถานที่แห่งนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า การปืนป่าย หรือเพื่อนๆ…

ทุ่งบัวตองแม่เมาะ กับจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ของ จ.ลำปาง

ทุ่งบัวตอง หรือทุ่งดอกบัวตอง เป็นสัญญาณแห่งลมหนาวของประเทศเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวันนี้ผมจะพาไปชมทุ่งบัวตองกันที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า กฟผ.แม่เมาะ โดยธรรมชาติของดอกบัวตอง (Mexican Sunflower) จะบานแค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น… เพราะฉนั้นเพื่อนๆ คนไหนอยากมาสัมผัสความสวยงามของดอกบัวตอง ที่แม่เมาะ ต้องมาภายในเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้นจ้า… แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่สิ้นปีงานยุ่ง หัวหน้าไม่ให้ลางาน หรือจองตั๋วเที่ยวเดือนอื่นไว้แล้ว ก็ไม่ต้องเสียใจไป… เพราะที่ กฟผ.แม่เมาะ และบริเวณใกล้เคียงยังมีที่เที่ยวอีกเพียบ!   ก่อนจะไปชมความสวยงามของทุ่งบัวตอง ผมขอแวะพาเพื่อนๆ ไปชมบรรยากาศจุดชมวิว จุดชมพระอาทิตย์ตกเทพๆ ภายในเหมืองแม่เมาะกันสักนิดนึงก่อน…   บรรยากาศยามเย็นบริเวณซุ้มประตู และทางเดินเข้าจุดชมวิว… แสงอย่างสวย!!   ด้วยลักษณะของจุดชมวิวที่เป็นสะพานทอดยาวออกไป จึงทำให้เพื่อนๆ สามารถเห็นวิวแบบ 180องศา++ แถมด้วยความพิเศษของที่นี่นั้นคือ ความหลากหลายของวิวที่ได้ในแต่ละช่วงวัน/เวลา เช่น ทุ่งดอกบัวตอง, เขื่อนแม่ขาม, พระอาทิตย์ตกดิน หรือแม้กระทั่งรถเหมืองเท่ๆ ที่กำลังทำงานกันอยู่   พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า… อุณภูมิเริ่มลดลงเรื่อยๆ แถมลมหนาวพัดเข้ามาปะทะร่างกายให้สดชื่นอย่างไม่ขาดสาย  …

พระอาทิตย์ลับฟ้า ณ จุดชมวิวกังหันลม / แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต

สถานีพลังงานทดแทน พรหมเทพ (Promthep Alternative Energy Station) นอกจากจะเป็นสถานีผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยมากๆ แห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเรียกจุดชมวิวแห่งนี้ว่า Windmill Viewpoint หรือแปลแบบบ้านๆ คือ จุดชมวิวกังหันลม นั้นเอง ด้วยลักษณะพื้นที่ของ จุดชมวิวกังหันลม (Windmill Viewpoint) ที่เป็นภูเขาหินยื่นออกมายังท้องทะเล จึงทำให้เพื่อนๆ สามารถมองเห็น หาดยะนุ้ย (Yanui Beach)​ ที่อยู่ทางด้านซ้ายมือได้อย่างสบายๆ   จากภาพที่ซูมเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ถือว่า หาดยะนุ้ย (Yanui Beach) เป็นอีกหนึ่งหาดที่สวย น้ำใส จึงทำให้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว… ซึ่งคนบนหาดส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ (สงสัยผมต้องหาโอกาสไปเล่นน้ำที่หาดนี้ซะหน่อยแล้วละ…)   หันมาด้านขวาของ จุดชมวิวกังหันลม (Windmill Viewpoint) เพื่อนๆ จะสามารถมองเห็น หาดในหาน (Nai Harn Beach)​, The Nai Harn Hotel รวมถึงลานหญ้าบริเวณสันเขา ให้เพื่อนๆ…

รับลม ส่งตะวัน… ณ ลานชมเมืองนครภูเก็ต (จุดชมวิวเขารัง)

ลานชมเมืองนครภูเก็ต (Phuket City View Point) หรือจุดชมวิวเขารัง (Khao Rang Hill) จัดเป็นสวนสาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวประจำตัวเมืองภูเก็ตแห่งหนึ่ง ที่เพื่อนๆ สามารถมาพักผ่อน รับลม ชมวิวเมือง และดูพระอาทิตย์ตก ได้ภายในสถานที่เดียว ซึ่งบริเวณจุดชมวิว ยังเป็นที่ตั้งของ หอเกียรติยศ 100 ปี พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี โดยภายในศาลาได้มีการเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระยารัษฎานุฯ เอาไว้ เช่น กำเนิดสวนยาง โรงเรียนฯ ธนาคารฯ โรงพยาบาลฯ และศาลากลางจังหวัด เป็นต้น   บรรยากาศยามเย็น ที่ลานชมเมืองนครภูเก็ต(จุดชมวิวเขารัง) แห่งนี้… เพื่อนๆ สามารถมองเห็นวิวเมืองภูเก็ตได้อย่างชัดเจน พร้อมกับแสงพระอาทิตย์ตกสวยๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งของจุดชมวิวฯ ยังสามารถเห็นวิวทะเลได้อีกด้วยครับ   และด้วยลักษณะของจุดชมวิว จะมีระเบียงที่ยื่นออกไปจากยอดเขา จึงเป็นจุดรับลมที่ดีมากอีกจุดหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต   ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีโอกาสได้มาพักในตัวเมืองภูเก็ต ช่วงเย็นๆ ยังไงก็อย่าลืมแวะมารับลม  ชมพระอาทิตย์ตกซิลๆ ที่ลานชมเมืองนครภูเก็ต (จุดชมวิวเขารัง) เป็นออเดิร์ฟก่อนไปกินข้าวเย็นร้านโปรดกันครับ…

หินปุ่ม หินแตก ที่อท.ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีพื้นที่ตั้งอยู่บน 3จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย โดยการเดินทางมาเยือนนั้น สามารถมาได้จาก 2เส้นทางหลัก คือ ทางภูทับเบิก หรือทางพิษณุโลก ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่หลายจุดด้วยกัน เช่น บ้านร่องกล้า ลานหินปุ่ม ลานหินแตก โรงเรียนการเมืองการทหาร และน้ำตกร่มเกล้า เป็นต้น ในวันนี้ผมจะพาไปเถลไถลจุดไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  2จุด คือ (เพื่อนๆ สามารถคลิกที่หัวข้อได้นะครับ) ลานหินปุ่ม ลานหินแตก ซึ่งทั้ง 2จุดนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นพิเศษนะครับ ถ้าพร้อมแล้วตามมาชมกันได้เลย…   ลานหินปุ่ม เริ่มกันที่ลานหินปุ่มกันก่อนเลย… บริเวณรอบๆ จะมีจุดให้แวะถ่ายภาพ หรือศึกษาข้อมูลอยู่ 5 จุดด้วยกัน ซึ่งเป้าหมายของเราในวันนี้คือ การชมพระอาทิตย์ตกที่ลานหินปุ่ม และผาชูธง   การไปตามจุดต่างๆ ต้องใช้วิธีการเดินเท้า โดยจะมีไกด์พื้นที่เป็นผู้นำทางให้ ซึ่งระยะการเดินไป-กลับของเราในครั้งนี้ประมาณ 3กิโลเมตร   เห็นระยะทางแล้วอย่าเพิ่งถอดใจกันนะครับ เพราะระหว่างทางก็จะมีมุมให้ได้เก็บภาพเป็นระยะๆ   ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้-ใบไม้สวยๆ ตามข้างทาง…

ดอยหลวงเชียงดาว ดินแดนแห่งขุนเขา ผืนป่า และแสงตะวัน

ดอยหลวงเชียงดาว ยอดดอยที่มีความสูงอันดับ 3ของประเทศ ตั้งสูงตระหง่านอยู่ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 70กิโลเมตร การได้พิชิตยอดดอยหลวง คงเป็นความใฝ่ฝันของเพื่อนๆ หลายคนไม่ใช่น้อย… บางคนก็ได้ทำตามความฝันสำเร็จแล้ว ส่วนเพื่อนๆ ที่ยังไม่มีโอกาสที่จะได้พิชิต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่… ลองตามมาเที่ยวกับพวกเราดูก่อนได้ครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่เคยได้สัมผัสความสวยงามด้วยตาตัวเองมาแล้ว อยากให้ลองตามมาเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง… มุมมองจะแตกต่างจากที่เพื่อนๆ เคยได้สัมผัสมาแน่นอนครับ เนื่องจากมีเรื่องราวให้เล่าค่อนข้างเยอะ ผมจึงขอแยกออกเป็น 6 หัวข้อ ดังนี้ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถคลิกที่หัวข้อได้นะครับ สูงเสียดฟ้า แสงสุดท้าย รับลม ชมดาว ซุกหัวนอน เพื่อพิชิต (เส้นทาง เด่นหญ้าขัด) โบกมือลา (เส้นทาง ปางวัว) ถ้าพร้อมแล้ว!! แบกเป้ตามมาได้เลย…   สูงเสียดฟ้า จุดไฮไลท์ของดอยหลวงเชียงดาวคือ การได้ปีนขึ้นยอดดอยเพื่อไปชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งมีเส้นทางที่ค่อนข้างชัน และมีหินที่แหลมคม ข้อแนะนำ ให้พก ไฟฉาย และเสื้อกันหนาวไปด้วย ควรเริ่มปีนขึ้นไม่เกินเวลา 16:30น. เพื่อให้ทันพระอาทิตย์ตก ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการปีนขึ้น…