วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple) ถือเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงามสุดในประเทศลาว แถมยังเป็นวัดที่เก่าแก่สุดในแขวงหลวงพระบาง (Luang Prabang) ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้างแท้ๆ ซึ่งหาชมได้ยากมากแล้ว แม้แต่ในประเทศลาวเองก็ตาม…

สิม (Sim) หรือพระอุโบสถ ที่บ้านเราเรียกกันนั้น… ด้านในงดงาม และเงียบสงบ โดยมีพระองค์หลวง ประดิษฐานโดดเด่นเป็นสง่า ให้ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ได้ชื่นชมความงดงาม และกราบไหว้กัน

ถึงแม้พวกเราทั้งคู่จะคุ้นเคยกับศิลปะเชียงแสน ตามวัดต่างๆ ทางภาคเหนือของไทย… แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเราหยุดมองงานศิลปะที่อยู่ภายในวัดแห่งนี้ได้เลย

หอพระพุทธไสยาสน์ หรือวิหารแดง (Red Chapel) นอกจากเป็นมุมถ่ายรูปที่แจ่มสุดๆ แล้ว… เรื่องราวบนฝาผนัง ที่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านกระจกสีชิ้นเล็กๆ เพื่อสืบทอดวรรณกรรมชิ้นเอกของลาว เรื่องท้าวเสียวสวาด ก็งดงาม และเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน

ภายในวิหารแดงนั้น เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์โบราณ (Reclining Buddha) ที่งดงาม และมีความอ่อนช้อย ตามแบบสกุลช่างหลวงพระบางในยุคสมัยนั้น

ซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้มีประวัติไม่ธรรมดา… เพราะเคยถูกอัญเชิญไปจัดแสดงที่ปารีส และนครเวียงจันทน์ อยู่หลายสิบปี ก่อนที่จะถูกอัญเชิญกลับมายังหลวงพระบางอีกครั้งในปี พ.ศ.2507

บริเวณวัดเชียงทองนั้น… มีมุมสวยๆ และพื้นที่เพียงพอให้เพื่อนๆ ได้เก็บภาพได้แบบสบายๆ เพราะฉนั้น!! สาวๆ ที่จะตามมาเถลไถล ให้จัดเต็มเสื้อผ้า ใส่กระเป๋ามาจากไทยได้เลยค้าบบ (ขอแบบเรียบร้อยนะจ๊ะ)

โรงเมี้ยนโกศ หรือโรงเก็บพระโกศ (Royal Funerary Carriage House) เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของวัด… ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2505 เพื่อเก็บพระโกศของสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปเมื่อปีพ.ศ. 2502

นอกจากนั้น… ยังมีการอัญเชิญพระโกศของพระราชมารดา และพระเจ้าอา มาประดิษฐานอยู่บนพระราชรถคันเดียวกันอีกด้วย เท่ากับว่าในโรงเมี้ยนโกศแห่งนี้มีถึง 3พระโกศ เลยทีเดียว!!

การออกแบบโรงเมี้ยนโกศแห่งนี้ เป็นผลงานของเจ้ามณีวงศ์ และถูกถ่ายทอดออกมาเป็นงานแกะสลักโดยช่างเพียตัน ช่างแกะสลักชั้นเอกประจำพระองค์ฯ ผู้สรรค์สร้างศิลปะที่งดงามเหล่านี้ให้เป็นจริงขึ้นมา


ที่บริเวณด้านในสุดของโรงเมี้ยนโกศ… ยังมีพระบาง และพระม่าน (องค์จำลอง) ยืนเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงของโบราณต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด


และหนึ่งในของโบราณ ที่ผมคิดว่าคงถูกใจพี่น้องชาวไทยหลายๆ คน!! นั้นก็คือ… พระเครื่อง (Amulets) ที่ถูกจัดเรียงอยู่ในกรอบไม้แบบโบราณ

ขนาดผมที่ยังวัยรุ่น(ตอนปลาย) อยู่… ยังมองว่าเนื้อสวยมาก ดูแล้วผ่านเรื่องราวมาเยอะดี!! (เซียนพระท่านใดอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังไมค์มาได้เลยนะค้าบ)


ยัง!! ยังไม่ครบทั้งวัดเลยจ้าาา เราไปเก็บรายละเอียด เรียนรู้ศิลปะ และชมภาพสวยๆ ของวัดลาวกันต่ออีกสักนิด…

ยืนชมสิม (พระอุโบสถ) จากด้านหน้าก็ว่าสวยแล้ว… เจอด้านหลังสิมเข้าไป!! งานละเอียดเลยครับ ทั้งศิลปะ ลวดลาย สีสรรค์ และมีอีกหลายส่วนที่ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นงานแบบนี้จากวัดในไทยมาก่อนเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็น… หลังคาของสิมที่มีจำนวนชั้นไม่เท่ากัน!! ด้านหน้าซ้อนกัน 3ชั้น ส่วนด้านหลังซ้อนกันเพียง 2ชั้นเท่านั้น


ช่อฟ้า 17ช่อ บนหลังคาสิมที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นวัดของพระมหากษัตริย์… ซึ่งวัดเชียงทองแห่งนี้นั้น ถูกสร้างโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อปี พ.ศ. 2103

รวมถึงจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่งดงาม และมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ


แต่ในวัดเชียงทองแห่งนี้ ยังมีสิ่งล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่ง นั้นก็คือ พระม่าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งประดิษฐานอยู่ในหอพระม่าน ที่อยู่บริเวณด้านหลังของสิม

**ถ้าเพื่อนๆ คนไหนอยากจะมานมัสการแบบจริงๆ จังๆ อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทางวัดจะอันเชิญพระม่านออกมาแค่ช่วงเทศกาลสงกรานต์เพียงเท่านั้น เพื่อให้ประชาชนได้นมัสการ และสรงน้ำ

หากใครมาช่วงเวลาอื่น ก็สามารถกราบนมัสการพระม่าน (องค์จำลอง) ในวิหารน้อย หรืออูบมุง ที่อยู่ด้านข้างติดกับสิมได้เช่นกันครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ กับการเที่ยววัดในต่างแดน ณ เมืองมรดกโลกอย่าง… หลวงพระบาง สปป.ลาว

…ถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสมาเยือนหลวงพระบาง ก็อย่าลืมแวะมาชมความงดงามของศิลปะล้านช้าง ต้นกำเนิดอารายธรรมลาว ที่วัดเชียงทองแห่งนี้กันด้วยนะครับ ซึ่งจะมีค่าเข้าชมเพียงซาวพันกีบ (20,000₭) เท่านั้นเอง ถือว่าคุ้มมากๆ ครับ

:: Google Map ::

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Post comment